เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงแห่งทัพปีศาจ

เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงตลอดกาลแห่งทัพปีศาจแดง

ถ้าลองนึกถึงเหล่าบรรดาหัวหอกของทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่โด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างมากก็คงมีอยู่ด้วยกันหลายราย ย้อนกลับไปในอดีตก็ต้องเป็น  ‘เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน’ อดีตเจ้าของสถิติลงสนามมากที่สุดและอดีตเจ้าของสถิติยิงประตูได้มากที่สุดให้กับทีม, ยุคถัดมาก็คงเป็น ‘เอริก คันโตน่า’ ที่แฟนบอลต่างตั้งสมญานามให้เป็น ‘เดอะ คิง’ คู่หัวหอกนิลกาฬอย่าง ‘ดไวท์ ยอร์ค’ กับ ‘แอนดี้ โคล’ ก็เป็นหัวหอกที่แฟนบอลหลายคนชื่นชอบมาก สุดยอดหัวหอกตัวสำรองอย่าง ‘โอเล่ กุนนาร์ โซลชา’ หรือถ้าหากรุ่นใหม่ ๆ หน่อยก็อย่างเช่น ‘รุด ฟาน นิสเตลรอย’, ‘โรบิน ฟาน เพอร์ซี่’ และแน่นอนจะขาดเขาคนนี้ไปไม่ได้ ‘เวย์น รูนี่ย์’ ที่ล่าสุดเจ้าตัวทำสถิติยิงประตูสูงสุดให้กับสโมสรไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายที่ได้รับการยกย่องว่าครั้งหนึ่งเขาคือหัวหอกที่ดีที่สุดบนเกาะอังกฤษ

เวย์น รูนี่ย์ กับชีวิตในวัยเด็ก

เวย์น มาร์ค รูนี่ย์ เกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1985 เป็น 1 ใน 3 จากลูกชายทั้งหมดของตระกูลรูนี่ย์ บ้านเกิดของเขาอยู่บริเวณคร็อกซ์เทธในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งตั้งแต่เขาจำความได้เขาก็รู้ว่าตัวเองหลงรัก ‘เอฟเวอร์ตัน’ อีกหนึ่งสโมสรดังในเมืองนี้เข้าอย่างเต็มหัวใจ นั่นจึงทำให้เขามุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะอาชีพภายใต้สังกัดทีมรักของเขาให้จงได้ ทำให้ชีวิตของเขาเลือกที่จะเดินทางสายอาชีพนักฟุตบอลอย่างเต็มตัว จนกระทั่งเมื่อเขาอายุได้ 11 ปี ก็ได้รับของขวัญชิ้นพิเศษสุด ๆ กับการเซ็นสัญญาในการเป็นนักเตะเยาวชนแห่งถิ่น ‘กูดิสัน พาร์ค’ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ตัวเขาเองทำผลงานได้อย่างเข้าตาสุด ๆ ตอนเล่นให้กับทีมโรงเรียนและทีมเยาวชนที่ชื่อ  ‘เดอะ ไดนาโม บราวนิ่งส์’ เมื่อเขาได้รับโอกาสตรงนี้เขาจึงพยายามตั้งใจฝึกซ้อมให้ดีที่สุดเพื่อที่ความหวังในใจลึก ๆ ที่ว่าสักวันหนึ่งเขาจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะอาชีพที่สมบูรณ์แบบให้จงได้

ก้าวแรกแห่งเส้นทางนักฟุตบอล

ปี 2002 เหมือนกับว่าเป็นการสิ้นสุดการรอคอยของเจ้าตัวที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพอย่างเต็มตัวเมื่อเขาได้รับสัญญาจากต้นสังกัดอย่าง ‘เอฟเวอร์ตัน’ ให้ขึ้นชั้นมาเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัวก่อนที่เขาจะสร้างความตกตะลึงให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษต้องสั่นสะเทือน เมื่อเจ้าตัวสร้างสถิติเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดในเวลานั้นคือ 16 ปี 360 วัน สามารถทำประตูบนเวทีพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2002  ประตูดังกล่าวเป็นการยิงแบบสุดสวยด้วยการปั่นไซด์โค้งระยะกว่า 30 หลา เข้าประตูไปอย่างงดงาม แถมยังเป็นประตูที่เอาชนะทัพ ‘ปืนใหญ่’  อาร์เซนอล ไปได้ 2-1 หยุดสถิติไม่แพ้ใคร 30 นัดของ ‘เดอะ กันเนอร์ส’ ลงอีกต่างหาก ทำให้ชื่อเสียงของ ‘เวย์น รูนี่ย์’ กลายเป็นที่จับตามองไปในทันที

ก้าวที่ยิ่งใหญ่กับสโมสรที่ใหญ่ยิ่ง

จากผลงานที่ร้อนแรงในการลงเล่นให้กับเอฟเวอร์ตันทำให้ ‘เวย์น รูนี่ย์’  กลายเป็นที่จับตามองของหลายสโมสรในอังกฤษเป็นอย่างมาก แล้วในที่สุดมันก็เป็น  ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ ที่ได้กล้าทุ่มเงินก้อนโตกว่า 27 ล้านปอนด์ ในการกระชากหัวหอกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษผู้นี้มาร่วมทัพ แม้ว่าในซีซั่นที่ 2 ของเขากับเอฟเวอร์ตันอาจจะดูไม่โสภารวมถึงมีข่าวในด้านลบออกมาก็ตาม แต่ในศึกยูโร 2004 เขาได้แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมมากกับการก้าวขึ้นมาติดทีมชาติอังกฤษอย่างเต็มตัว ทำให้ ‘เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’ บรมกุนซือของ ‘ปีศาจแดง’ มองเห็นศักยภาพในตัวของดาวเตะหุ่นท้วมรายนี้จึงได้ตัดสินใจกระชากตัวมาร่วมทีมด้วยกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่านัดแรกของเขาในการประเดิมสนามให้กับต้นสังกัดใหม่จะจบลงด้วยการซัดแฮตทริกแต่ในภาพรวมเขาก็ยังไม่ได้โชว์ความโดดเด่นอะไรออกมามากนัก จนกระทั่ง ‘รุด ฟาน นิสเตลรอย’ หัวหอกตัวหลักของทีมได้ย้ายออกไป จึงทำให้โอกาสสำหรับการเป็นกองหน้าตัวจริงของเขาเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเจ้าตัวเองก็สามารถทำผลงานได้อย่างไม่ขี้เหร่ แม้ว่าสถิติการยิงประตูจะไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมายนักก็ตามที แถมในปี 2006 เขามีอาการบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าแตกแต่ก็ยังถูกหนีบไปเล่นในรอบ 2 ซึ่งมาสู่เหตุการณ์ขยิบตาสะท้านโลก เพราะ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ กับตัวเขาเองมีปัญหากันในเกมที่ทีมชาติอังกฤษเจอกับโปรตุเกสในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ‘เวย์น รูนี่ย์’ โดนไล่ออกก่อนที่ทีมชาติอังกฤษจะแพ้จุดโทษตกรอบไป หลังกลับจากฟุตบอลโลกทุกฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าทั้งคู่น่าจะต้องมีปัญหากันอย่างแน่นอน ทว่าเรื่องราวกลับผิดไปเมื่อดาวเตะทั้ง 2 คนพากันถล่มประตูจนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ไปได้สำเร็จ แถมในปี 2008 รูนี่ย์ยังเป็นหัวใจสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกด้วย

ชีวิตส่วนตัว

‘เวย์น รูนี่ย์’ ได้แต่งงาน ‘คอลลีน แม็คลาฟลิน’ ก่อนที่จะมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ  ‘ไค รูนี่ย์’ คนโต กับ ‘เคลย์ รูนี่ย์’ คนเล็ก แม้ในช่วงหลังฟอร์มการเล่นของเขาจะตกลงไปตามวัยจนมักมีข่าวลือออกมาเกี่ยวกับการย้ายทีมตลอด แต่ทุกครั้งที่เขาได้ลงสนามก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดตามแบบฉบับนักสู้เหมือนที่เขาเคยทำมาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี